ราคาดึงหน้า FaceLift ปี 2026: ทำแล้วคุ้มค่าไหม?
Face Lift ราคา 2026 กลายเป็นหนึ่งในคำค้นหายอดนิยมสำหรับคนที่สนใจ ศัลยกรรมดึงหน้า เพื่อลดความหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก แก้มล่างย้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน การดึงหน้าเป็นวิธีที่ช่วย “ย้อนวัย” ให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสมากขึ้น ซึ่งในปี 2026 มีทั้งเทคนิคใหม่ ราคาแตกต่างหลากหลาย รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยที่ผู้สนใจควรรู้
ทำไมคนถึงค้นหา “ดึงหน้า Face Lift ราคา 2026” มากขึ้น?
- อายุที่มากขึ้น ทำให้ผิวสูญเสียคอลลาเจน ใบหน้าหย่อนคล้อยเร็วกว่าเดิม
- เทคโนโลยีศัลยกรรมก้าวหน้า ทำให้การดึงหน้าเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวไว และผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
- การลงทุนด้านความงาม หลายคนมองว่า Face Lift เป็น “การลงทุนระยะยาว” เพราะผลอยู่ได้นาน 7–15 ปี ต่างจากหัตถการชั่วคราวอย่าง HIFU หรือฟิลเลอร์ และสารกระตุ้นคอลลาเจน ( Biostimulator)
- การรีวิวในโซเชียลมีเดีย ทำให้ข้อมูลเข้าถึงง่าย และคนเปรียบเทียบราคากันมากขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้ราคา Face Lift แตกต่าง
1. เทคนิค Face Lift ที่เลือกใช้
การเลือกเทคนิคคือ หัวใจสำคัญ เพราะแต่ละแบบมีความซับซ้อน และผลลัพธ์ต่างกัน
- SMAS Lift (Superficial Musculoaponeurotic System): เทคนิคมาตรฐานที่ยกกระชับชั้นกล้ามเนื้อภายใน เหมาะกับผู้ที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป ให้นาน 7–10 ปี
- Deep-plane Face Lift: เทคนิคขั้นสูงที่เข้าไปยกชั้นลึกกว่า SMAS ทำให้โครงหน้าถูกยกขึ้นพร้อมกัน ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและยาวนาน แต่ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า ราคาสูงกว่า
- Short-scar / Mini Face Lift: เหมาะกับผู้ที่หย่อนคล้อยเล็กน้อย ใช้เวลาพักฟื้นน้อย ฟื้นตัวเร็ว แต่ผลลัพธ์อยู่สั้นกว่า
จุดเด่นของ MAXi Clinic
ใช้ High SMAS Technique ร่วมด้วย ซึ่งเป็นการ เย็บ ยก ดึง กระชับชั้นลึกอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้หน้าตึงเกินไป จนผิดธรรมชาติ ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้น
การันตีมาตรฐานด้วยรายงานการผ่าตัด เลาะลึก ยกจริง ตัดจริง
- มีใบรายงานการผ่าตัด (Operation Report) ระบุขั้นตอนครบถ้วน
- แนบภาพประกอบจากห้องผ่าตัด ยืนยันการเลาะถึงชั้นลึกจริง
- เก็บเป็นเวชระเบียนส่วนบุคคล ตามมาตรฐานทางการแพทย์
โปร่งใส ตรวจสอบได้ มั่นใจว่า ทุกเคสคือ เย็บยก High SMAS & Deep-plane
2. ประสบการณ์ ของศัลยแพทย์
ศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Facelift Surgery มักมี ค่าแพทย์สูงกว่า แต่ก็ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และมีผลงานรีวิวที่ยืนยันคุณภาพงานได้
- ควรเลือกศัลยแพทย์ที่เป็น Board Certified Plastic Surgeon และเชี่ยวชาญด้าน Facelift Surgery เพื่อผลลัพธ์ เป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
ศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสียงด้าน เคสแก้ไข (Revision Face Lift) หรือ การเลาะซิลิโคนเหลว มักมีต้นทุนสูงขึ้น เพราะต้องใช้ควาชำนาญและประสบการณ์การผ่าตัดสูงมากกว่าปกติ และระวังเรื่อง เส้นประสาท เพื่อความปลอดภัย
3. มาตรฐานสถานพยาบาลและห้องผ่าตัด
Face Lift ราคา 2026 ยังขึ้นอยู่กับมาตรฐานของสถานพยาบาลที่เลือกทำด้วย
- โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ: ราคาสูงกว่าคลินิกทั่วไป ที่มีมาตรฐาน JCI ห้องผ่าตัด (Operating Room – OR) ที่ปลอดภัย พร้อมทีมวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอด
- คลินิกความงาม: ราคาย่อมเยากว่า แต่ควรตรวจสอบว่าเป็น คลินิกที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข และมีห้องผ่าตัดมาตรฐาน
4. ความซับซ้อนของเคสจริง
แต่ละเคสมีความซับซ้อนต่างกัน ทำให้ ราคา Face Lift แตกต่างกัน
- เคสที่เคยที่เคยฉีดซิลิโคนเหลวมาแล้ว หรือเคสที่เคย ผ่าตัดดึงหน้ามาแล้วต้องแก้ไขผังพืด (Revision Scar) มักมีราคาสูงกว่าครั้งแรก
- ผู้ที่มี แผลเป็นเดิม, ผิวบาง, หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคประจำตัวหลายอย่าง อาจต้องตรวจคัดกรองพิเศษ และเวลาผ่าตัดนานขึ้น
- ผู้ที่มีการหย่อนคล้อยมาก เช่น เหนียงใต้คาง อาจต้องทำ Submental Lift ร่วมด้วย ทำให้ราคาสูงขึ้น
5. ประเภทของยาชาและยาสลบ
ค่าใช้จ่ายของ Face Lift ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ยาสลบด้วย
- ดมยาสลบ (General Anesthesia – GA): ให้ความปลอดภัยสูง แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
- ยานอนหลับ (IV Sedation): เหมาะกับเคสที่ทำไม่นาน เช่น Mini Face Lift ราคาย่อมเยากว่า
ยาชาเฉพาะที่: ใช้ในบางเคสเล็ก ๆ ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด แต่ไม่เหมาะกับเคสที่ต้องใช้เวลาผ่าตัดหลายชั่วโมง
6. หัตถการเสริมร่วมกับดึงหน้า ( Face Lift)
การดึงหน้า เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกจุดบนใบหน้าได้ การผสมผสาน หัตถการเสริม ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์ ดูเป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะจุดของแต่ละคน แต่แน่นอนว่า การผสมผสานหัตถการเสริมช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของผลลัพธ์ ทำให้ราคาสูงขึ้น เช่น
- ผ่าตัดตาบน ( Upper Eyelid Surgery / Upper Blepharoplasty)
- เหมาะกับ: ผู้ที่หนังตาบนตก หย่อนคล้อย
- ผลลัพธ์: ทำให้ตาดูกลมโต สดใส ลดความรู้สึกเหนื่อยหรือแก่ก่อนวัย
- ตัดถุงใต้ตาล่าง (Lower Blepharoplasty / Eye Bag Removal)
- เหมาะกับ: ผู้ที่มีถุงใต้ตา หรือใต้ตาบวม
- ผลลัพธ์: ใต้ตาเรียบขึ้น หน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
- Sub-brow Lift (ยกคิ้ว แผลใต้คิ้ว)
- เหมาะกับ: ผู้ที่คิ้วตก หนังตาบนหย่อนร่วมด้วย
- ผลลัพธ์: ยกคิ้วและหนังตาบน ทำให้ดวงตาเปิดกว้าง ดูสดใส
- Submental Lift (ยกกระชับเหนียงใต้คาง)
- เหมาะกับ: ผู้ที่มีเหนียงใต้คาง หรือคอหย่อนคล้อยมาก
- ผลลัพธ์: คอใต้คาง เรียบ กระชับ
- Endoscopic Brow Lift (ยกคิ้วด้วยการกล้องส่อง)
- เหมาะกับ: ผู้ที่คิ้วตก หรือมีริ้วรอยหน้าผาก
- ผลลัพธ์: ยกคิ้วสูงขึ้น เปิดดวงตา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัย
- ฟิลเลอร์ ( Filler)
- เหมาะกับ: เติมหน้าผาก ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ปรับกรอบหน้า เติม volume บริเวณแก้มและคาง
- ผลลัพธ์: ใบหน้าอิ่มฟู ดูเรียบเนียน เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ทันที
- เติมไขมันหน้า (Fat Graft / Fat Transfer)
- เหมาะกับ: ผู้ที่แก้มตอบ หรือบริเวณหน้าผากต้องการ volume
- ผลลัพธ์: เติมเต็มบริเวณที่หย่อนคล้อย ให้ใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของ MAXi Cosmetic Surgery
- ใช้ เทคนิค Deep-plane & High SMAS ยกกระชับลึก ทำให้ผลลัพธ์ เป็นธรรมชาติ ไม่ตึงเกินไป
- ทีมแพทย์เป็น ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Board Certified) ตรวจสอบได้จริง ให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพงาน
- มี รีวิวเคสดึงหน้า จำนวนมาก ทั้งเคสใหม่และเคสแก้ไข (Revision) แสดงถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
- ห้องผ่าตัดได้มาตรฐานสูง พร้อม ทีมวิสัญญีแพทย์ ดูแลตลอดการผ่าตัด
Face Lift 2026 “คุ้มค่า” หรือไม่?
คุ้มค่า หากคุณ:
- มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป และมีความหย่อนคล้อยชัดเจน
- อายุน้อยแต่เคยทุบโหนก หรือตัดกราม มาแล้วหน้าคล้อย
- เคยทำ เครื่องยกกระชับต่าง ๆ / ฟิลเลอร์หลายครั้งแต่ไม่เห็นผล
- ต้องการผลที่อยู่ยาว 5 ปี ขึ้นไป
- เลือกทำกับศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง + คลินิกมาตรฐาน
อาจยังไม่จำเป็น หากคุณ:
- อายุยังไม่ถึง 35–40 ปี และผิวยังตึง
- หย่อนเล็กน้อยที่แก้ด้วยการทำ เครื่องยกกระชับต่าง ๆ หรือฟิลเลอร์ได้
Face Lift ราคา 2026 อาจดูราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหัตถการทั่วไป แต่หากพิจารณาผลลัพธ์ที่ยาวนาน ความปลอดภัย และความมั่นใจที่ได้กลับมา ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และมีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน
หากคุณกำลังตัดสินใจ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุดกับโครงหน้าและงบประมาณของคุณ

English
